วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558


การวิเคราะห์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์


        คือการวิเคราะห์และตีความข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โดยการนำข้อมูลที่ได้สืบค้นรวบรวม คัดเลือก และประเมินไว้แล้วนำมาพิจารณาในรายละเอียดทุกด้าน ซึ่งนักประวัติศาสตร์ต้องใช้เหตุผลเป็นแนวทางในการตีความเพื่อนำไปสู่การค้นพบข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง 

        ความสำคัญนั้นเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ หรือผู้ที่จะเรียนรู้ประวัติศาสตร์จะได้นำไปใช้ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง ไม่ลำเอียง และเกิดความน่าเชื่อถือได้มากที่สุด

        1. หลักฐานที่จำแนกตามความสำคัญ
           1.1 หลักฐานชั้นต้น
           1.2 หลักฐานชั้นรอง

        2. หลักฐานที่ใช้อักษรเป็นตัวกำหนด
           2.1 หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร
           2.2 หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

        3. หลักฐานที่กำหนดตามจุดหมายของการผลิต
           3.1 หลักฐานที่มนุษย์ตั้งใจสร้างขึ้น
           3.2 หลักฐานที่มิได้เป็นผลผลิตที่มนุษย์สร้างหรือตั้งใจสร้าง

1. หลักฐานที่จำแนกตามความสำคัญ
        1.1 หลักฐานชั้นต้น primary sources
       หมายถึง คำบอกเล่าหรือบันทึกของผู้พบเห็นเหตุการณ์หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยตรง ได้แก่ บันทึกการเดินทาง จดหมายเหตุ จารึก รวมถึงสิ่งก่อสร้าง หลักฐานทางโบราณคดี โบราณสถาน โบราณวัตถุ เช่น โบสถ์ เจดีย์ วิหาร พระพุทธรูป รูปปั้น หม้อ ไห ฯลฯ                                                                                      
        1.2 หลักฐานชั้นรอง secondary sources                       
        หมายถึง ผลงานที่เขียนขึ้น หรือเรียบเรียงขึ้นภายหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นแล้ว โดยอาศัยคำบอกเล่า หรือจากหลักฐานชั้นต้นต่างๆ ได้แก่ ตำนาน วิทยานิพนธ์ เป็นต้น

2. หลักฐานที่ใช้อักษรเป็นตัวกำหนด

        2.1 หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร written sources
   หมายถึง หลักฐานที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้แก่ ศิลาจารึก พงศาวดาร ใบลาน จดหมายเหตุ วรรณกรรม ชีวประวัติ หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร รวมถึงการบันทึกไว้ตามสิ่งก่อสร้าง โบราณสถาน โบราณวัตถุ แผนที่ หลักฐานประเภทนี้จัดว่าเป็นหลักฐานสมัยประวัติศาสตร์
        2.2 หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
   หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งหมดที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ สิ่งก่อสร้าง โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปการแสดง คำบอกเล่า นาฏศิลป์ ตนตรี จิตรกรรม ฯลฯ

3. หลักฐานที่กำหนดตามจุดหมายของการผลิต

        3.1 หลักฐานที่มนุษย์ตั้งใจสร้างขึ้น artiface
หลักฐานที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต
        3.2 หลักฐานที่มิได้เป็นผลผลิตที่มนุษย์สร้างหรือตั้งใจสร้าง

วิธีการทางประวัติศาสตร์

ข้อมูลของฉันและครอบครัว

     1.  วิธีการหาความรู้เกี่ยวกับข้อมูลของตนเองและครอบครัว        
         การเรียนประวัติศาสตร์  คือ  การเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของคนในอดีต  เช่น  ประวัติของครอบครัวเรา  ความเป็นมาของชุมชนที่เราอยู่อาศัย  ประเทศของเรา  เป็นต้น

          ดังนั้น  การเรียนประวัติศาสตร์  จึงเป็นการเรียนรู้เรื่องราวของตนเองของชุมชน  ของประเทศ  ของชาติ  สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับตัวเรา  ซึ่งเราควรให้ความสนใจ
          การเรียนรู้ประวัติศาสตร์  ต้องอาศัยวิธีการทางประวัติศาสตร์  ได้แก่  การสืบค้นข้อมูล  การแสวงหาข้อมูล  การรวบรวมและจัดระบบข้อมูล

          ลักษณะของข้อมูล  มีหลายลักษณะ  ดังนี้
          1.  ข้อเท็จจริง                    2.  ข้อความ
          3.  ข่าวสาร                        4.  เอกสาร
          5.  สถานที่                        6.  สัญลักษณ์
                              ฯลฯ
          การค้นหาข้อมูล  เราควรเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวก่อน  เพราะเป็นข้อมูลที่เราสามารถค้นหาได้ง่าย  เช่น  ข้อมูลของตัวเรา  ข้อมูลของคนในครอบครัวของเรา  ซึ่งเราต้องใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ช่วยในการสืบค้นข้อมูล  ดังแผนภูมิด้านขวามือ

          วิธีการทางประวัติศาสตร์  คือ
          1.  แหล่งข้อมูล
          2.  วิธีแสวงหาข้อมูล
          3.  การรวบรวมข้อมูล
          4.  การจัดระบบข้อมูล

          ก่อนที่จะเริ่มหาข้อมูล  เราต้องรู้แหล่งข้อมูลที่เราจะไปหาเสียก่อน  เพราะถ้าเราไปหาข้อมูลไม่ถูกแหล่ง  หรือไม่ถูกที่  ก็อาจจะไม่ได้ข้อมูลที่เราต้องการทราบ

          แหล่งข้อมูล  มีหลายลักษณะดังนี้

          1.  แหล่งข้อมูลที่เป็นบุคคล  เช่น  พ่อ  แม่  ปู่  ย่า  ตา  ยาย  ครู  อาจารย์  เจ้าหน้าที่

          2.  แหล่งข้อมูลที่เป็นสถานที่  เช่น  บ้าน  โรงเรียน  วัด  พิพิธภัณฑ์

          3.  แหล่งข้อมูลที่เป็นเอกสารทางราชการ  เช่น  ทะเบียนบ้าน  สูติบัตร  บัตรประชาชน

          4.  แหล่งข้อมูลที่เป็นบันทึกของบุคคล  เช่น  บันทีกประจำวัน  บันทึกการเดินทาง

          เมื่อเราทราบแหล่งข้อมูลแล้ว  ก็สามารถแสวงหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลด้วยวิธีการต่าง ๆ แล้วจึงรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาจัดให้เป็นระบบ  ก็จะได้ข้อมูลที่ต้องการและนำไปใช้ประโยชน์ได้

                         แหล่งข้อมูล                                   วิธีแสวงหาข้อมูล
                            บุคคล                    พูดคุย  ซักถาม  สัมภาษณ์  สังเกต
                            สถานที่                  สำรวจ  สังเกต  ซักถามจากผู้ที่อยู่ในสถานที่นั้น
                            เอกสารและบันทึก      อ่าน  และสังเกต
        
        การสืบค้นข้อมูลของตนเองและครอบครัว  จะทำให้เราได้ทราบเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตัวเรา  และสมาชิกในครอบครัว  เช่น  พ่อ  แม่  พี่  น้อง  ปู่  ย่า  ตา  ยาย  ทำให้เรามีความเข้าใจเกี่ยวกับตน  รวมทั้งเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ในครอบครัว  และก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในครอบครัวของตนเองด้วย

     2.  ประวัติความเป็นมาของครอบครัว
          ประวัติความเป็นมาของแต่ละครอบครัว  เริ่มต้นจากปู่  ย่า  ตา  ยายของเรา  ที่ได้ตั้งที่อยู่อาศัยเพื่อทำมาหากิน  และได้ต่อสู้ฝ่าฟันกับความยากลำบาก  จนถึงรุ่นพ่อแม่ของเราและตัวเรา  ได้มีที่อยู่อาศัยอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
          ในช่วงเวลาจากอดีตถึงปัจจุบัน  แต่ละครอบครัวจะมีเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่ควรจดจำ  ซึ่งอาจเป็นเหตุการณ์ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของสมาชิกในครอบครัว
          ในแต่ละครอบครัว  จะมีประวัติความเป็นมาที่แตกต่างกันไป  การศึกษาประวัติความเป้นมาของครอบครัว  ทำให้เราทราบว่า  ปู่ย่าตายายของเรามีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างจากเรา  รวมทั้งสภาพบ้านเรือนและสภาพแวดล้อมในอีดตกับปัจจุบันก็แตกต่างกันด้วย